วันที่ 16 กันยายน นายฉลอง อายุ 43 ปี ชาว จ.ยโสธร สามีของ นางรัชดา อายุ 43 ปี ผู้เสียหายและเป็นข้าราชการครู ได้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชนและฝากแจ้งเตือนภัยเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้สำหรับคนทั่วไป หลังจากที่นางรัชดา ภรรยา ตกเป็นเหยื่-อของแก๊งมิจฉาชีพและต้องสูญเงินในบัญชีไปจำนวนกว่า 2 ล้านบาท ในเวลา 7 นาที ซึ่งเป็นเงินเก็บที่เก็บสะสมมาเกือบทั้งชีวิต โดยเหลือให้ดูต่างหน้าเพียง 6 บาท

นายฉลองเล่าว่า เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา ได้มีคนโทรศัพท์เข้ามาที่เบอร์โทรศัพท์มือถือของนางรัชดา ภรรยา เบอร์ที่โทรเข้ามาคือหมายเลข 09-4468-1524 ปลายสายเป็นเสียงผู้ชาย และอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากกรมสรรพากร สอบถามภรรยาของตนว่า ชื่อนี้ไหม และเคยเปิดร้านค้าและเข้าร่วมโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ โดยได้เปิดแอพถุงเงินเพื่อรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือไม่

ซึ่งภรรยาก็แจ้งว่าเคยเปิดเมื่อปีที่แล้วและขณะนี้ได้ปิดไปแล้ว แต่ปลายสายแจ้งว่าถึงแม้ว่าจะปิดไปแล้วก็ตามแต่ในระบบของกรมสรรพากรยังไม่ถูกปิดตามระบบ ซึ่งถ้าจะให้ปิดตามระบบจะต้องเข้าไปในแอพของกรมสรรพากร พร้อมกับได้ส่งลิงก์มาให้และแจ้งให้กดเข้าไปตามลิงก์

ซึ่งภรรยาก็กดเข้าไปตามที่แจ้ง และมีการยืนยันยอมรับเงื่อนไขต่างๆ ตามที่แจ้งในแอพ ซึ่งในระหว่างที่มีการยืนยันตัวตนในแอพ ปลายสายก็บอกห้ามวางสายและห้ามพักหน้าจอให้คุยไปเรื่อยๆ ก่อนเพื่อรอให้เจ้าหน้าที่เข้าระบบให้ แต่ในระหว่างที่กำลังพูดคุยอยู่ปรากฏว่ามีข้อความจากแอพของธนาคารเด้งขึ้นมาแจ้งว่ามีเงินในบัญชีธนาคารของภรรยาถูกโอนออกไปถึง 3 ครั้งติดต่อกันในระยะเวลาเพียง 7 นาที ครั้งแรกมีเงินออก จำนวน 22,210 บาท ซึ่งเป็นบัญชีเงินเดือนของภรรยา

ครั้งที่ 2 เงินออก จำนวน 477,790 บาท และ ครั้งที่ 3 เงินออก จำนวน 1,534,900 บาท สองครั้งหลังเป็นเงินในบัญชีที่เก็บสะสมเอาไว้ รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน จำนวน 2,034,900 บาท ทั้ง 2 บัญชีเป็นธนาคารกรุงไทยที่มีการผูกกับแอพของกรุงไทยเน็กซ์ ซึ่งภรรยาได้มีการบันทึกข้อมูลบัญชีธนาคารทั้งหมดเอาไว้ในโทรศัพท์มือถือ จากนั้นจึงรู้ตัวว่าถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกดูดเงินในบัญชีธนาคารอย่างแน่นอน จึงโทรศัพท์ไปแจ้งอายัดบัญชีไว้กับธนาคารกรุงไทย

โดยธนาคารแนะนำให้ไปแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเอาไว้ก่อน ตนจึงเดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรคำผักกูด อ.กุดชุม จ.ยโสธร ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน โดยธนาคารกรุงไทยได้ตรวจสอบเส้นทางการโอนเงินไปจึงพบว่ามีการโอนไปชื่อบัญชีคนอื่นของธนาคารกรุงเทพ

จากนั้นตนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้โทรศัพท์ไปยังธนาคารกรุงเทพ สาขายโสธร เพื่อให้ช่วยประสานแจ้งอายัดบัญชีที่ถ่ายโอนเงินไปแต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือจากธนาคารกรุงเทพ โดยอ้างว่าเป็นระบบขั้นตอนของธนาคาร จะต้องให้ตำรวจทำหนังสือแจ้งอายัดไปเท่านั้นและต้องเป็นหนังสือเอกสารตัวจริงเท่านั้นถึงจะสามารถดำเนินการอายัดตามที่ร้องขอได้

จึงอยากฝากเป็นข้อคิดและฝากเตือนภัยสำหรับคนทั่วไปที่มักจะบันทึกข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับบัญชีธนาคารเอาไว้ในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งอาจจะตกเป็นเหยื่-อมิจฉาชีพได้ง่ายเหมือนกับภรรยาของตน

ขณะนี้ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์เอาไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินการขอหลักฐานต่างๆ กับธนาคารเพื่อจะได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ในการออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องต่อไป